ระบบเช่าซื้อ ระบบไฟแนนซ์ ระบบเงินกู้
เป็นระบบที่ช่วยบริหารงานเช่าซื้อ เป็นระบบที่ผ่านการพัฒนาและใช้การทำงานจริงของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทได้พัฒนาและออกแบบระบบเช่าซื้อในรูปแบบ Stand Alone, LAN (Network) และ Web Application ดังนี้

  • รูปแบบ PC เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีสาขาเดียว มีทั้งแบบ Stand Alone และ LAN (Network)
  • รูปแบบ Web Application เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีหลายๆ สาขาและต้องการดูข้อมูลในภาพรวมทุกสาขา หรือแต่ละสาขาโดยโปรแกรมทำงานผ่าน Internet Browser สามารถดูข้อมูลที่ไหนก็ได้ ถ้ามี Internet.


ซื้อสินเชื่อ

  • สามารถกำหนดรายละเอียดผู้เช่าซื้อ, ผู้ค้ำประกัน, ตัวแทน
  • สามารถกำหนดรายละเอียดสัญญาเช่าซื้อแต่ละรายได้ เช่น ผู้เช่าซื้อ, ผู้ค้ำประกัน, ยอดเงินต้น, อัตราดอกเบี้ย, งวดที่จัด, ค่างวด, วันที่เริ่มชำระ, วันที่สิ้นสุดสัญญา เป็นต้น
  • ระบบจะคิดคำนวณเบี้ยปรับสัญญาที่ค้างชำระมาให้ทุกวันโดยอัตโนมัติ
  • สามารถกำหนดหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น รถยนต์, รถจักรยานยนต์, ที่ดิน หรืออื่น ๆ ได้ และสามารถกำหนดหลักทรัพย์ได้มากกว่า 1 หลักทรัพย์
  • สามารถใส่รูปภาพผู้เช่าซื้อ, ผุ้คำประกันและหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
  • สามารถคิดดอกเบี้ยคงที่ (Flat Interest Rate) และการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Interest Rate)
  • สามารถกำหนดส่วนลดปิดบัญชีได้
  • สามารถกำหนดวันที่หมออายุของ พ.ร.บ.ประกันภัย, ภาษีได้
  • สามารถพิมพ์การ์ดลูกหนี้, สัญญาเช่าซื้อ, สัญญาค้ำประกัน
  • สามารถเลือกสัญญาที่ต้องการเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อส่งสรรพากรได้
  • สามารถกำหนดสัญญาได้ว่าสัญญานี้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • สามารถ Log ข้อมูลที่ได้บันทึกไว้แล้วได้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอื่นเข้าไปแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล

การเงิน

  • การรับชำระเงิน ระบบจะแสดงงวดการชำระเงิน พร้อมทั้งจำนวนเงินที่ต้องชำระ หากมีงวดที่ค้างส่ง ระบบจะแสดงงวดที่ค้างมาให้ พร้อมเบี้ยปรับ และรายการอื่น ๆ มาให้ เช่น ส่วนลด ค่าติดตาม (ถ้ามี) หรืออื่น ๆ
  • สามารถรองรับการชำระเงินในกรณีที่ลูกค้าจ่ายเงินไม่ครบตามจำนวนค่างวด หรือจ่ายเกินงวด ระบบสามารถทำเป็นใบรับฝากค่างวดไว้ก่อนได้
  • สามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทั้งต้นฉบับและสำเนา ซึ่งสามารถออกใบเสร็จได้ทั้งกระดาษ A4, Statement หรือแบบฟอร์มคอมพิวเตอร์
  • สามารถพิมพ์ออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าได้
  • สามารถตรวจสอบยอดคงเหลือและประวัติการชำระเงินของลูกค้าแต่ละรายได้
  • ลูกค้าปิดบัญชีแล้วกู้ใหม่ ระบบจะดึงข้อมูลเดิมมาให้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกำหนดรายละเอียดอีก หากมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลสามารถทำได้
    ระบบจะแจ้งเตือนสถานะของลูกค้าแต่ละรายให้ทราบ
  • สามารถบันทึกการติดต่อของลูกค้าแต่ละรายได้
  • ระบบสามารถเตือนวันนัดหมายที่นัดกับลุกค้า หรือลูกค้านัดไว้ได้ในแต่ละวัน
  • สามารถพิมพ์ใบแจ้ง พ.ร.บ. ,ประกันภัย, ภาษีได้
  • ระบบสามารถค้นหาสัญญาที่ค้างชำระ พร้อมทั้งคำนวณเบี้ยปรับมาให้
  • ระบบสามารถรับชำระรายการ พ.ร.บ.,ประกันภัย, ภาษี ได้
  • หากลูกค้าต้องการปิดบัญชี สามารถพิมพ์รายการลูกหนี้ปิดบัญชีให้กับลูกค้า เพื่อออกมาตรวจสอบ

เร่งรัด

    • สามารถกำหนดค่าติดตามได้
    • สามารถกำหนดเส้นทางการเร่งรัดหรือเส้นทางการติดตามหนี้ได้
    • สามารถออกการ์ดตามหนี้ได้
    • สามารถพิมพ์ใบแจ้งหนี้ หรือ ใบแจ้งค่างวดได้
    • สามารถพิมพ์จดหมายใบตามหนี้ โดยระบบจะดึงรายละเอียดงวดที่ค้าง เงินต้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าติดตาม และรายการอื่น ๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
    • ระบบสามารถพิมพ์ใบบอกเลิกสัญญา, ใบยึดหลักทรัพย์, ใบเบิกเลิกสัญญา มาให้โดยอัตโนมัติ

รายงาน แบ่งเป็น 2 รูปแบบ
1.รายงาน (เชิงวิเคราะห์)

      • ทะเบียนสัญญา
      • ทะเบียนสัญญาที่ปิดบัญชีแล้ว
      • สินเชื่อประจำวัน
      • ใบเก็บค่างวด
      • รับค่างวดประจำวัน
      • รับชำระอื่นๆ
      • สรุปยอดรับค่างวดประจำเดือน
      • สรุปยอดรับค่างวดประจำปี
      • การรับชำระค่างวด
      • สัญญาค้างชำระแยกตามงวดที่ค้าง
      • สรุปยอดคงเหลือแต่ละสัญญา
      • สรุปยอดค้างชำระยอดคงเหลือทั้งหมด
      • ภาษี, พ.ร.บ., ประกันภัย หมดอายุ
      • สรุปยอดประจำปี

2.รายงาน (ส่งสรรพากร)

      • รายงานทะเบียนสัญญา
      • รายงานรับชำระค่างวด
      • ใบเสร็จรับเงินค่างวด
      • ใบกำกับภาษี
      • รายงานภาษีธุรกิจเฉพาะ 40
      • รายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม 30
      • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      • สรุปยอดคงเหลือแต่ละสัญญา
      • สรุปยอดสัญญาค้างชำระ

การใช้งานระบบเช่าซื้อ สามารถใช้งานได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบ Stand Alone

 

2.รูปแบบ Client Server

3.รูปแบบคลาวด์

ทำไมบริการ คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) จึงได้รับความนิยม Cloud Computing คือบริการที่เราใช้หรือเช่าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เพื่อนำมาใช้ในการทำงาน โดยที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ Hardware และ Software เองทั้งระบบ ไม่ต้องวางแผนเครือข่ายเอง ลดความรับผิดชอบในการดูแลระบบลง (เพราะผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลเอง) แถมตอนอัพเกรดระบบยังทำได้ง่ายกว่า ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต

สามารถจัดการบริหารทรัพยากรของระบบผ่านเครือข่าย และมีการแบ่งใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Shared services) ได้ด้วย และการจ่ายเงินเพื่อเช่าระบบ ก็สามารถจ่ายตามความต้องการของเรา ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น หากวันใดความต้องการมีมากขึ้น ก็สามารถซื้อเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบ Cloud Computing ได้ โดยที่ไม่ต้องอัพเกรดระบบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวาย

ดังนั้น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมไปถึงสถาบันการศึกษา จึงหันมาใช้บริการ Cloud Computing ที่ทั้งช่วยลดต้นทุนและลดความยุ่งยากทั้งหลายกันมาก คล้ายกับเป็นการ Outsource งานนี้ออกไป เพื่อจะได้ Focus กับงานหลักของตนเองจริงๆ